วิชา ท 32102 ภาษาไทย 4 ระดับ มัธยมศึกษาปีที่ 5
เรื่อง การอ่านวิเคราะห์วิจารณ์วรรณคดีและวรรณกรรม
โดย ครูสมจิตต์ วัฒนวงศ์ โรงเรียนพิบูลวิทยาลัย จังหวัดลพบุรี
คำสั่ง เลือกคำตอบที่ถูกต้องที่สุดเพียงคำตอบเดียว

ข้อที่ 1)
ข้อใดกล่าวถึงการอ่านได้ถูกต้องที่สุด
    การอ่านเป็นกระบวนการแปลงสาร
    การอ่านคือการจินตนาการของผู้อ่าน
    การอ่านเป็นการตีความทางความคิด
    การอ่านเป็นกระบวนการทางความคิดในการรับสาร


ข้อที่ 2)
สิ่งสำคัญในการอ่านเพื่อพัฒนาทักษะคือข้อใด
    การรู้จักเลือกอ่าน
    ความเข้าใจในการอ่าน
    การอ่านในเรื่องที่ถูกกับนิสัยชีวิตตน
    การหาข้อสนับสนุนความคิดเห็นตน


ข้อที่ 3)
ความคิดใหม่ที่ได้จากการประมวลการอ่าน และนำไปใช้ประโยชน์ได้ แสดงว่าผู้อ่านมีความสามารถในขั้นใด
    ตีความ
    วิเคราะห์
    มีความเข้าใจ
    สังเคราะห์


ข้อที่ 4)
“วิจารณญาณ” ตรงกับข้อใด
    ตีความ
    วิเคราะห์
    พิจารณา
    รู้ความละเอียด


ข้อที่ 5)
จากคำถามที่ว่า “วรรณกรรมที่มีเนื้อหาเป็นข้อเท็จจริง ผู้แต่งมุ่งเสนอความรู้หรือข้อเท็จจริง เป็นลักษณะของวรรณกรรมตามข้อใด” ข้อใดตอบได้ครอบคลุมที่สุด
    คู่มือ
    ตำรา
    สารคดี
    บทความ


ข้อที่ 6)
หนังสือตามข้อใดมีลักษณะเป็นบันเทิงคดี
    มัทนะพาธา
    ต้นไม้ใบหญ้า
    เพลงนอกศตวรรษ
    สิงคโปร์เมืองเนรมิต


ข้อที่ 7)
การวิจารณ์วรรณคดีคือข้อใด
    การอ่านให้ได้แนวคิด
    การอ่านให้เข้าใจเนื้อหา
    การแยกข้อเด่นของวรรณคดีออกมา
    การแสดงข้อคิดเห็นเกี่ยวกับวรรณคด


ข้อที่ 8)
  นิดอ่านวรรณคดีแล้วสามารถบอกได้ว่าชอบหรือไม่ชอบ ดีหรือไม่ดีอย่างไร แสดงว่าคุณภาพการอ่านของนิดอยู่ในระดับใด
    เข้าใจ
    เล่าต่อ
    วิจักษ์
    วิจารณ์


ข้อที่ 9)
  ความในข้อใดกล่าวถึงลักษณะของโครงเรื่อง
    เรื่องราวตั้งแต่ต้นจนจบ
    ลำดับและทิศทางของเรื่อง
    การทำให้เกิดเหตุการณ์ในเรื่อง
    เวลาและสถานที่ที่เกิดเหตุการณ


ข้อที่ 10)
  ผู้ทำให้เกิดเหตุการณ์และผู้ถูกกระทำที่ต้องรับผลจากเหตุการณ์นั้น หมายถึงข้อใด
    ตัวเอก
    ตัวรอง
    ตัวละคร
    ตัวประกอบ


ข้อที่ 11)
แนวการอ่านวรรณคดีเพื่อได้คุณค่าอารมณ์และแนวคิดควรปฏิบัติตามข้อใด
    อ่านเนื้อหาให้ละเอียด
    อ่านและทบทวนเนื้อหาหลาย ๆ ครั้ง
    มีจินตนาการตามที่กวีสื่อ เพื่อให้เกิดความเข้าใจและรับสารของกวีได้
    มีความมุ่งมั่นตั้งใจที่จับใจความให้ได้เพื่อการแสดงความคิดเห็นที่ถูกต้อง


ข้อที่ 12)
ข้อใดใช้จินตภาพต่างจากข้ออื่น
  เซ็งแซ่แตรสังข์ฆ้องกลอง             ช้างร้องเรียกมันสนั่นป่า
  ม้ารถคชกรรม์ครั่นครื้น                 ดังเสียงคลื่นในสมุทรไม่ขาดสาย
  ตะลุมบอนฟอนฟันกันกลางแปลง   ต่อแย้งยุทธยิงชิงชัย
  เสียงโกลนกระทบแผงข้างม้า        ดังว่าเสียงพายุอึงอล


ข้อที่ 13)
การพรรณนาภาพในข้อใดไม่แสดงความเคลื่อนไหว
    กลิ่นหล้านภาจรจะปน            สุวคนธบำบวง
    ดาวเดือนก็เลือนรชนิหาย                  ระพิจ้าทิวาแทน
    น้ำค้างพระพร่างโปรย           ชลโชยชะดอกใบ
    มืดตื้อกระพือพิรุณพรม          และฤเราจะแยแส


ข้อที่ 14)
      “สงสารนางชาวในที่ไปด้วย      ทั้งโถถ้วยเครื่องแต่งแป้งขมิ้น
  หวีกระจกตกแตกกระจายดิน         เจ้าของผินหน้าหาน้ำตาคลอ
  จะปีนขึ้นกูบช้างไม่กางขา              แต่โดยผ้ากรีดกรอมทำซอมซ่อ
  มือตะกายสายรัดสคนคอ               เห็นช้างงองวงหนีดก็หวีดอึง”

  คำประพันธ์ข้างต้นอนุมานได้ว่ากวีเป็นคนอย่างไร

     เจ้าชู้
    มีเมตตา
    จู้จี้จุกจิก
    มีอารมณ์ขัน


   อ่านคำประพันธ์ต่อไปนี้แล้วตอบคำถามข้อ 15 - 16
      “พ่อมาจนเย็นหลงเล่นอยู่         ต่อนกสีชมพูหรือต่อไก่
  ดูมอมแมมแก้มคางช่างกระไร     เออนี่มิไปเที่ยวซอนซุก
  เก็บบุปผามาบ้างหรือไม่เล่า         ให้แม่เขาร้อยมาลัยใส่จุก
  ตานั่งคอยเฝ้าเป็นทุกข์                กลัวจะล้มลุกเจ็บป่วยไป”

ข้อที่ 15)
ข้อใดไม่ใช่ลักษณะเด่นของคำประพันธ์ข้างต้น
    ความง่ายและความงามของบทกวี
    ความมีชีวิตชีวาของบทประพันธ์
    ความหมายลึกซึ้งของถ้อยคำ
    น้ำเสียงที่แสดงอารมณ์และความรู้สึก


ข้อที่ 16)
ข้อใดเป็นภาพสะท้อนที่เด่นชัดที่สุดของคำประพันธ์ข้างต้น
    การแต่งกายของเด็ก
    การเล่นของเด็ก
    บทบาทและหน้าที่ของสตรี
    สัมพันธภาพของสมาชิกภายในครอบครัว


ข้อที่ 17)
  “ถึงทวารโรงหมอก็รอรถ       พร้อมกันหมดเดินเรียงเคียงไสว
  ยุรยาตรเยื้องย่างเข้าข้างใน      ตึกนั้นใหญ่กว้างรีถึงสี่ชั้น”

  จุดอ่อนทางวรรณศิลป์ของคำประพันธ์ข้างต้นคือข้อใด

    คำฟุ่มเฟือย
    เนื้อความไม่ชัดเจน
    จังหวะไม่สม่ำเสมอ
    ฉันทลักษณ์ไม่เหมาะแก่เนื้อความ


ข้อที่ 18)
ข้อใดพรรณนาเนื้อความต่างจากกลุ่ม
    “เห็นละหานธารน้ำไหลหลั่ง        ร่มไทรใบบังสุริสีห์”
        “พิศไท้ไท้ว่าไท้                 ทินกร            
             พิศอ่อนคือศศิธร                   แจ่มฟ้า”

    “วายุวิเวกพัดมาเฉื่อยฉิว              ใบพฤกษาปลิวร่วงระรุบเย็นทุกย่อมหญ้า”
    “กะลิงกะลางนางนวลนอนเรียง     พระยาลอคลอเคียง         แอ่นเอี้ยงอีโก้งโทงเทง
"


ข้อที่ 19)
ข้อใดไม่ปรากฏลักษณะทางวัฒนธรรม
    “ทั้งซุ้มเสามณฑปกระจกแจ่ม              กระจังแซมปลายเสาเป็นบัวหงาย”
    “หอมควันธูปเทียนตรลบอยู่อบอาย       ฟุ้งกระจายรื่นรื่นทั้งห้องกลาง”
    “มีร่มโพธิ์รุกขังเป็นรังรื่น                  พิกุลชื่นช่อบังพระสุริย์ฉาย”
    “เห็นขนเม่นพี่ยังหมายเสียดายนาง      เจ้าเคยสางสอยเส้นกระเด็นราย”

ข้อที่ 20)
  ข้อใดสะท้อน “ภูมิปัญญาไทย” ที่เกิดจากการค้นคว้าและความช่างสังเกตของบรรพบุรุษได้เด่นชัดที่สุด
    “ลักจั่นวัลย์เปรียงแก่นปรูลาย                           เป็นยาหายโรคภัยที่ในตัว”
    “บานทวารลานแลล้วนลายมุก                         น่าสนุกในกระหนกดูผกผัน”
    “นกบินกรวดพรวดพราดประกายพราย              พลุกระจายช่อช่วงดังดวงเดือน”
    “มีต้นกำมพฤกษ์ทานในลานวัด                        ลูกหมากอัดเงินทิ้งอุทิศถวาย”


ข้อที่ 21)
  ข้อใดใช้โวหารภาพพจน์ต่างจากตัวอย่างที่กำหนดให้ต่อไปนี้
  “ขลุ่ยจะครวญหวนโหยขึ้นโรยฟ้า           หอบเอาไอศวรรยาลงมาให้”
    วงของน้ำทำประกายกับสายแดด                   ร้อนจะแผดเผาทรายพริบพรายพร่าง
    ซอสายทิพย์กระซิบบอกดอกไม้บาน             เล่านิทานที่อยากฟังอย่างปรานี
    นกเอี้ยงเอ๋ยนกเอี้ยงเฝ้าเลี้ยงโค                     มาพาโลเลี้ยงควายเก็บไรกิน
    ฟังสายน้ำพร่ำเพรงบรรเลงรับ                      ปลุกกมลคนหลับให้กลับตื่น


ข้อที่ 22)
ข้อใดมีการใช้สัทพจน์
    แต่ย่างเหยียบเกรียบกรอบก็เหลียวหลัง
    น้ำพระอัสสุชลนาเธอไหลนองคลองพระเนตร
    มัทรีนี้เป็นข้าเก่าแต่ก่อนมาดังเงาตามพระบาทาก็เหมือนกัน
    ให้ลายเลื่อมเห็นเป็นรูปคนตะคุ่ม ๆ อยู่คล้าย ๆ แล้วก็หายไป


ข้อที่ 23)
ข้อใดให้อารมณ์ความรู้สึกที่ไม่เข้าพวกกับข้ออื่น
    โอ้แลเห็นแต่สระแก้วอยู่อ้างว้างวังเวงใจ
    พนัสแดนดงเย็นยะเยือกเงียบสงัดเหงา
    ทั้งนกหกก็งัวเงียเหงาเงียบทุกรวงรัง
    สะดุ้งพระทัยไหวหวาดวะหวีดวิ่งวนแวะเข้าข้างทา


ข้อที่ 24)
ข้อใดมีอุปมา
    เจ้ามาตายจากพี่ไปในวงวัด               เจ้าจะเอาป่าชัฏนี่หรือมาเป็นป่าช้า”
    “ทรงพระกันแสงโศกาไห้พิไรร่ำ       ว่ากรรมเอ๋ยกรรม กรรมของมัทรี”
    “ทั้งพื้นป่าพระหิมพานต์ก็ผัดผัน        หวั่นไหวอยู่วิงเวียน เปลี่ยนเป็นพยับมืดไม่เห็นหน
    “พระกายนางให้เสียวสั่นหวั่นไหว      ไปทั้งองค์ ดุจชายธงอันต้องกำลังลมอยู่ลิ่ว ๆ


ข้อที่ 25)
ข้อใดให้ภาพที่มีแสง
    พระพายรำเพยพัดมารี่เรื่อยอยู่เฉื่อยฉิว
    พระนางเสด็จลีลาศไปเที่ยวเวียนรอบ
    ทั้งรัศมีพระสุริโยทัยส่องอยู่ราง ๆ ขึ้นเรืองฟ้า
    เสียงชะนีเหนี่ยวไม้ไห้หาละห้อยโหน


อ่านข้อความต่อไปนี้แล้วตอบคำถามข้อ 26 - 27
           “แสรกคานบันดาลพลิกพลัดลงจาก พระอังสา ทั้งขอน้อยในหัตถาที่เคยถือ ก็เลื่อนหลุดลงจากมือไม่เคยเป็นเห็นอนาถ”

ข้อที่ 26)
“ขอน้อย” มีไว้ใช้ประโยชน์โดยตรงอย่างไร
    เกี่ยวผลไม้
    ตัดสิ่งกีดขวาง
    ป้องกันตัว
    ไล่สัตว์ร้าย


ข้อที่ 27)
คำแสดงการเคลื่อนไหวมีทั้งหมดกี่คำ
    1   คำ
    2   คำ
    3   คำ
    4   คำ


ข้อที่ 28)
“นางก็เศร้าสร้อยสลดพระทัย ดั่งเอาเหล็กแดงมาแทงใจให้เจ็บจิตนี่เหลือทน อุปมาเหมือนคนไข้หนักแล้วมิหนำยังแพทย์เอายาพิษมาวางซ้ำให้เวทนา” ข้อความนี้เด่นในด้านใดมากที่สุด
    ใช้ภาษาไพเราะ
    ใช้คำศัพท์บัญญัติ
    ให้อารมณ์ความรู้สึก
    ให้ความชัดเจนในด้านความหมาย


ข้อที่ 29)
ข้อใดสะท้อนให้เห็นภาพความองอาจชัดเจนมากที่สุด
    ธก็ประณตรับคำ   อำลาท้าวลีลาศ    ยุรยาตรยังเกยชัย
    ธก็ให้เร่งผันพลผ้าย   ย้ายมาโดยทางเถื่อน  ทัพหน้าเคลื่อนพลเดิน
    กุมแสงกรายกรนาด  ยุรยาตรอย่างไกรสร   จากศีขรคูหา
    เสด็จย่างเหยียบหลังสาร  ทรงคชาธารยรรยง  อลงกตแก้วแกมกาญจน์


ข้อที่ 30)
“ดั้งต่อดั้งต่อติด เขนประชิดเขนสู้ ตาวคู่คู่ตาวต่อ หอกหันร่อหอกกลับ ง้าวง่าจับง้าวประจัญ ทวนผัดผันทวนทบ รบอลวนอลเวง ต่างบเกรงบกลัว” จากบทประพันธ์นี้ ข้อใด ไม่สามารถอนุมานได้
    เกิดการปะทะต่อสู้กัน
    ต่อสู้กันแบบประชิดตัว
    ต่างฝ่ายต่างไม่เกรงกลัวกัน
    ต่างมีไหวพริบในการต่อสู้


ข้อที่ 31)
   “พลหาญหื่นหนรณ       เริงรื่น    อยู่แฮ
   คอยจักขับเคี่ยวสู้          เข่นเสี้ยนศึกสยาม”
   ข้อความนี้แสดงความรู้สึกอย่างไร

    ฮึกเหิม
    คึกคัก
    ร่าเริง
    มั่นใจ


ข้อที่ 32)
    “พระพลันเห็นเหตุไซร้       เสียวดวง   แดเฮย
   ถนัดดั่งภูผาหลวง               ตกต้อง
   กระหม่ากระเหม่นทรวง      สั่นซีด   พักตร์นา
   หนักหฤทัยท่านร้อง            เรียกให้โหรทาย”
โคลงบาทใดสะท้อนให้เห็นความเชื่อ

    บาทที่ 1
    บาทที่ 2
    บาทที่ 3
    บาทที่ 4


ข้อที่ 33)
     “กรตระกองกอดแก้ว     เรียมจักร้างรสแคล้ว      คลาดเคล้าคลาสมร”
บทประพันธ์นี้ เด่นในด้านใดมากที่สุด

    ใช้คำไพเราะ
    ให้ภาพให้เสียง
    ใช้เปรียบเทียบ
    เล่นเสียงสัมผัสพยัญชนะ


ข้อที่ 34)
     “อันเวทย์อาถรรพ์          ที่พันผูกจิต
    แห่งนางมิ่งมิตร              อยู่บัดนี้นา
    จงเคลื่อนคลายฤทธิ์        จากจิตกัญญา
    คลายคลายอย่าช้า           สวัสดีสวาหาย”
    บทประพันธ์นี้มีการใช้คำที่หมายถึงผู้หญิงกี่คำ

      1   คำ
      2   คำ
      3   คำ
      4   คำ


ข้อที่ 35)
ข้อใดมีการใช้สำนวนเพื่อสื่อความหมาย
    เรียนรู้คัมภีร์ไสย        สุขุมไว้อย่าแพร่งพราย
    เสียแรงเป็นครูสอน    ทั้งบุญคุณก็เสื่อมสูญ
    ควรกล่าวจึ่งขยาย      อย่ายื่นแก้วแก่วานร
    ไม่รักจะทำยับ           พาตำรับเที่ยวขจร


ข้อที่ 36)
ข้อใดไม่ใช่คำกล่าวเปรียบเทียบ
    อีกทั้งสะพรั่งหนาม     ดุจะเข็มประดับไว้
    แต่อยู่ดีดีทันใด           บังเกิดร้อนใน        อุระประหนึ่งไฟผลาญ
    ดูราท่านมายาวิน        นางนี้ถวิล             จะถือรูปเป็นมาลี
    ดังนี้จะยวน    ชวนเชยฉันใด    ก็เปรียบเหมือนไป    พูดกับหุ่นยนต์


ใช้ข้อความต่อไปนี้ตอบคำถามข้อง 37 - 38
    “
เอ๊ะเราไม่ขอ     ได้นางละหนอ     โดยวิธีนั้น     เสียแรงเรารัก     สมัครใจครัน     อยากให้นางนั้น     สมัครรักตอบ
    ผูกจิตด้วยมนตร์      แล้วตามใจตน      ฝ่ายเดียวมิชอบ     เราใฝ่ละโบม     ประโลมใจปลอบ     ให้นางนึกชอบ     นึกรักจริงใจ”

ข้อที่ 37)
“โดยวิธีนั้น” ควรหมายความถึงข้อใด
    นึกรักจริงใจ
    เราใฝ่ละโบม
    แล้วตามใจตน
    ผูกจิตด้วยมนตร์


ข้อที่ 38)
จากข้อความดังกล่าว ข้อใดไม่อาจอนุมานได้
    ผู้กล่าวรักนางที่เอ่ยถึง
    ผู้กล่าวรู้สึกสำนึกผิดในสิ่งที่ทำ
    ผู้กล่าวต้องการให้นางรักตอบ
    ผู้กล่าวไม่ต้องการใช้วิธีที่กล่าวถึง


ข้อที่ 39)
ข้อใดแสดงอารมณ์ความรู้สึกของผู้กล่าวต่างจากข้ออื่น
    อ้าเจ้าลำเพาพักตร์        ศิริลักษะณาวิไล
    พี่นี้นะรักเจ้า                และจะเฝ้าประคับประคอง
    พี่รักและกอบอภิรดี       บมิเว้นสิเหน่ห์หนัก
    อ้ายอดสิเนหา              มะทะนาวิสุทธิศรี


ข้อที่ 40)
ข้อใดสะท้อนให้เห็นถึงความหลงใหลในความรัก
    ทั้งสองจะสุขนาน       มนะจ่อบจืดบจาง
    พี่จวนจะคลั่งไคล้       สติเพื่อพะวงอนงค์
    รับรักและยินยอม       ดนุรักสมัครสมาน
    ยิ่งขัดก็ยิ่งพูน            ทุขะท่วมระทมหะทัย